( ภาพชูชก กัณฑ์มหาราช  ฝีมือ ครูเหม  เวชกร    )
 
กำเนิดชูชก  

                   เอโก  พราหมโณ  ยังมีพราหมณผู้หนึ่งพึงแสยงรูปพิลึกดุจดังแร้งวัดอรุณ

ชูชโกนาม   ชื่อว่าภุชงค์โภชน์  เขาเกิดนามสกุลโครตของเขา ผู้ดี หัวเขา ทรงเครื่อง

ปู่ชื่อว่า ปู่เชื่อง  ย่าชื่อว่าย่าเปรี้ยว  ยายชื่อว่ายายเขียว   ตาชื่อว่าตาขาว  นายชื่อนายดาว  ป้าชื่อว่า

นางเดือน  พ่อเป็นหมื่นสะเทื้อน สะทุ้งบ้อง  แต่นางท้องเสียชื่อนางสะทุ้ย  นางแม่นั้นชื่อว่า

นางตุ่ยมะลุ่ยทุ่ยนุ่ย  รูปร่างขาวกับกินรี   เมื่อจะไปประคองคู่อยู่กับสามี เจ้าผัวนั้นอายุได้เก้าสิบสอง  

แต่นางเมียอยู่ข้างจะว่องคล่องในการซุกซน  มีฤดูเดือนละเจ็ดหนแปดหน  อยู่ข้างจะฮักฮึก   

ทำศึกรบกันวันพระไม่รู้จักบาปรบกันตาย

          เมื่อเจ้าสัตว์ถ้อยห้าร้อยละลายจะมาเข้าครรภ์  นางแม่นั้นนอนฝันกลางวันแสก ๆ  ฝันว่า

สุนัขตาแหกมันวิ่งแดกเข้ารูหู    มันให้ขัดรึดูอยากกินมะดันดอง มันให้ท้อแท้แพ้ท้อง

อยากกินของไม่บังควร   อยากกินกระบองแกงบวน  อยากกินถั่วกวนต้มปลาร้า  อยากกินขือกินขา 

กินหวายตะค้าแกงคั่ว  อยากกินต้มเค็มเขาวัว   อยากกินกระทู้รั้วแกงร้อน   อยากกินฉู่ฉี่แมลงชอน 

อยากกินก้อนอิฐที่เขาก่อกำแพง  อยากกินดินใต้ถุนถาน  อยากกินหีบทับน้ำตาล  อยากกิน

หัวขวานรามสูร   อยากกินเขาแพะผา   อยากจะกินศาลาที่ปอจอสอ ( สถานีวิทยุ )  

อยากจะกินเสียให้หมดเลี้ยน  อยากกินคนติดเทียนนั่งบนศาลา  คนแก่ไม่อยากจะกิน 

อยากจะกินหนุ่ม ๆ สาว ๆ  อยากจะกินคนขี้เหล้าที่เมาไม่รู้จักสร่าง  อยากจะกินคนคุยกันดัง ๆ

ที่กำลังนั่งฟังเทศน์   อยากจะกินผมโป่งที่ท้ายเปิด  อยากจะกินคนขอร้องว่าให้เขาเถิด 

อยากจะเปิดอักสักใบ  อยากจะได้อีกสักห้าบาท  ไม่เชื่อโยมลองเรี่ยรายเถอะทั้งศาลาคงจะพอร้อย 

ฉันอยากจะกินใบย่อยไอ้ที่เขาติดอยู่ที่ยอด  อยากจะกินเปลือกหอยแครง  อยากจะกินกะแชง

ชุบไข่ทอด   ไอ้ที่หน้าตาแจ่มแจ้งอยากให้เขาแทงเสียให้ตาบอด  ไอ้หน้าของใครที่ไม่เป็นมอด

อยากจะเอาหอยแครงมาขูดหน้า  นอนบนเรือนว่ายังไม่อุ่นไพล่ไปนอนใต้ถุนกับลูกหมา

            แต่มีท้องได้ห้าภัทรกัปล์สามสิบห้าเดือนครึ่ง   ปวดท้องอยู่สองปีกึ่งแล้วก็ยังไม่ออก    

นางแม่ก็ลงนอนอ้อนออดท้อแท้ทำแท้ท้อไปขอน้ำมนต์สะเดาะที่เมืองแพร่   ไปตามหมอตำแย

หรือก็ไม่มี  ฉันจะต้องหาเอาที่บนศาลาที่ปอจอสอ นี่แหละจึงจะได้   ชูชกเฒ่าชราก็ร้องถาม

แม่หมอเอ๋ยแม่หมอ  ค่าสินบาทค่าสินบนของแม่นางนั้นเท่าไหร่   แม่หมอจึงบอกไม่ต้องเกรงใจ   

ฉันจะได้ไปขอเงินค่าขันข้าวมาให้แม่หมอ    แม่หมอมาถึงถ้าไม่มีไอ้เฒ่าก็ต้องหา   เมื่อโยมหมอเขา

ไม่มาฉันจะต้องไปหาแม่หมอ    เขาก็เรียกค่าขันข้าวถ้าท้องสาวแม่หมอว่าหกบาท    ชูชกเฒ่าชรา

ก็ขวนขวายหาที่ไหนก็ไม่ได้   ไอ้เฒ่าก็จนใจไม่รู้จะไปหาที่ไหน    ฝ่ายนางเมียก็ร้องขึ้นดัง ๆ ว่า

พ่อเอ๋ย พ่อเอ๋ย  ทำไมไม่ไปหาเงินมาให้แม่หมอ   จะมานั่งรอที่ไหนเล่าจะได้  เมียนี่ปวดท้อง

จนทนไม่ไหวนะพ่อเอ๊ย   พ่อไม่รักเมียนะพ่อจึงนั่งเฉยอยู่ได้ 

              ไอ้เฒ่าก็นั่งจนใจไม่รู้ที่จะว่าทางไหน    เฒ่าก็เหลียวซ้ายแลขวา  มองไปข้างหน้าก็จำได้ 

แน่โน่นแน่ะ โยมจำจะขอเงินค่าขันข้าวให้แม่หมอ  เฒ่าก็ยกมือขึ้นง้องอนร้องค่าขันข้าว 

ถ้าไม่ช่วยเมียงามเขาคงจะไม่รอดเป็นแน่  ตลอดทั้งคุณพ่อและคุณแม่  จงโปรดเมตตาไอ้เฒ่าชแร

แก่ชราเมื่อยามยากทุกข์  ปวดท้องที่เมืองตานีไพล่ไปออกที่เมืองสุโขทัย    เมื่อพ่องามปลอด

พ่อยอดจังไรมันจะคลอดออกจากครรภ์  ก็เกิดมหัศจรรย์เป็นหมอกควันไปทั่วทวีป 

แต่ชั้นเปรตก็ขันออกจ้า ๆ แต่ชั้นหมาก็ร้องอยู่ปี๊บ ๆพ่อพระสุริยงทรงลีบกลับกลีบเมฆขึ้น 

กลางวันแลดูดาวขึ้นแดงโร่ดวงโตเท่าตาริ้น     ขี้หมู ขี้หมา ก็ส่งกลิ่นหอมไปทั้งเมืองกลิงคราษฎร์

          พอแม่หมอแกมาถึง  ไอ้เด็กก็ทะลึ่งออกมาเพียงคอ  พูดจ้า ๆ เสียงออกจ้อ ๆ เรียกให้

ยายหมอกินหมาก   ยายหมอก็ร้องอึงมึงทำไมจึงออกยาก   ไอ้เด็กก็ว่า  เอ๊ะ ฉันกระดากพระมารดา  

ฝ่ายแม่หมอก็พยักหน้าเอากล้วยน้ำว้าเข้ามาล่อ  แล้วเอาเชือกพรวนมาผูกคอเค้ากะตุดเบ็ด   

ไอ้ลูกขี้เท็จก็ไม่เขยื้อน  ไอ้เฒ่าก็วิ่งออกมานอกเรือนไปเที่ยววานเพื่อนชาวบ้าน  มาติดรอกตั้งกว้านขัน

กันเป็นควัน   ไปวานคนบ้านใหม่บ้านซ้ายมาตั้งห้าพัน   ช่วยกันฉุดแต่เช้ายันบ่าย 

ไอ้ทารกก็ไม่เขยื้อนออกมาได้  มันก็กลับเข้าไปอยู่อย่างเก่า  แม่หมอก็เอารถเข้ามาล่อ   

ไอ้เด็กก็ว่าชั้นไม่เอา  ชั้นจะเอาเงินเหรี่ยญ  แม่หมอก็เอาเงินเหรียญมาติดเทียน      

เงินเหรี่ยญชั้นไม่เอาชั้นจะเอาเงินอีกสักห้าบาท  ฝ่ายฝูงญาติก็เอาเงินบาทเข้ามาให้  

เด็กก็หัวเราะชอบใจ ครั้นมันได้แล้วมันก็ไม่ออก  ฝ่านนางแม่ก็ลงนอนขึ้นคอก ร้องเรียกให้ผัวช่วย 

ว่าเจ้าประคุณทูนกระหม่อมของเมียนี่เอ๋ย  ทำไมไม่ช่วยกันเล่า  ฝ่ายเฒ่าก็ร้องว่าท้องของใครของมัน

ใครจะช่วยกันดันออกมาได้  ไอ้เฒ่าก็ไพล่เข้าไปหนุนหลังจึงภาวนาขึ้นดัง ๆ ว่า  สุขกะละมัง สังกาติเม 

เจ้าอาคเนย์กะชะวะรัง มันจะออกก็ช่างไม่ออกก็ช่าง  ไอ้เฒ่าก็เอามือเข้าไปอังเข้าที่หัวอก  

นังเมียก็ร้องขึ้นมาว่า  ไอ๊ เล่นอะไรนี่สกปรกโสมมขึ้นปิดปก  แกล้งบีบเสียให้มันตายซิ 

โธ่คนนี่ปวดท้องแทบจะตายร้องขึ้นอยู่โวย ๆ    โธ่ มัดปวดตรงไหนบอกพี่หน่อยซิ   โธ่ มันปวดหน่วง

ที่ท้องน้อย   เจ้าอย่าดิ้นอย่ารนทนเอาหน่อย   เมียก็สำออยร้องอยู่อี่ ๆ

          ฝ่ายลูกในท้องก็ร้องออกมาทันทีว่า  ฉันจะออกดี ๆ แล้วนะพ่อขา  พ่อก็ว่าเจ้าจะออกก็ออกมา

จะมัวนิ่งช้าอยู่ไยเล่า  แม่หมอก็ทายถูกว่านี่เป็นลูกผู้ชายแล้วมันจะเป็นหรือจะตายก็ไม่รู้ 

ดูมันนอนคุดคู้อยู่ชอบกล   ไอ้เฒ่าก็นั่งภาวนาจะเป็นหรือจะตายก็ไม่รู้   ฝ่ายไอ้เฒ่าก็เอาตีน

กระทืบฟากเข้าส่ามห่น  เสียงอยู่คลึ่ง ๆ 

           ไอ้ทารกก็ออกมา  มันร้อง อะแว้ อะแว้ พ่อขา พ่อคะขอข้าวกินสักห้าชามโคมเถอะ 

ฝ่ายเจ้าพ่อก็เอากล้วยน้ำว้าเอามาให้สิบห้าหวี   เจ้าพ่อก็กลัวเต็มทีเห็นจะเป็นลูกผีเสียดอกกระมัง 

จึงภาวนาขึ้นดัง ๆ ว่า อีลูปักเข  อิเมเมตตา   ไอ้ลูกก็สวดออกมาว่าขึ้นมาบ้างว่า  เอกังสามะยัง 

แหมพระราชบิดานี่ท้อแท้ไปเสียเปล่า ๆ ลูกผีที่ไหนเล่าลูกคนแท้ ๆ

          ก่อนจะคลอดพ่อยอดเวจีมันให้ปวดท้องขี้เหมือนกับตดจะแตก  ลูกมันก็ถีบออกแครก ๆ

มันจะแหกออกมาทางก้นหอย  แต่ว่ามันติดท้ายทอยมันก็จะถอยออกมาข้างหลัง 

มันจะดันออกมาทางสีข้าง  พอแม่ครางก็เวทนา  มันจึงร้องถามว่า  อุแว้ อุแว้ แปลว่า แม่ขา

จะให้ข้าออกทางไหน   แม่ก็ว่าสายใจของมารดา  อย่าให้แม่ทนเวทนาเชิญพ่อออกมาเสียดี ๆ  

เจ้าอย่าออกมาทางก้นมันจะเปื้อนขี้  เชิญพ่อออกมาทางนี้เถิดพ่อหนูแดง  ฝ่ายไอ้ลูกก็แข็งแรง

เอามือแว้งออกมาก่อน  ครั้นพอสี่ทุ่มเศษก็คลอดไอ้เปรตเฒ่าอาธรรม์ ไอ้ลูกขี้คลอก 

ผมมันหงอกมาตั้งแต่ในครรภ์   มันให้เกิดวิบัติไปทั้งนั้น   แต่สัตว์ไม่มีคราง   เจ้าพ่อก็ชมว่าลูกนี่งามเหมาะ  

นางเมียก็ว่าเสียเพราะ  เถิดสองผัวเมียก็ปรองดองกันทั้งสองศรี แล้วก็เอาลูกใส่เปลกล่อมขึ้นทันใด

          โอละเห่เอย  นาฬิเกต้นดก  เก็บใส่พก  พระท่านจะไปมีเมีย  แค้นใจเจ้าไอ้กระรอกเอย 

กัดด้ามพวกของพรรณนั้นเสีย  พระท่านก็ชวนมีเมียเอ๋ย  ว่าจะบวชไปจนตาย 

ข้าวนึ่งกลิ่นน้ำผึ้งน้ำตาลทราย  กินแล้วอิ่มสบายเอ๋ยมีแรงนอน  โอละช้า 

           โอละเห่เอย  เจ้าโอละหึก  เวลาเที่ยงคืนจนดึกจนดื่นเอย  โอละเฮือกเอย  ข้างพ่อตา

ข้างพ่อนั้นลูกขึ้นมาทำอะไรเมียเอย  ตกใจจนตาเหลือก  ข้างแม่ยายก็ร้องถามไปเอย  ว่ามึงทำ

อะไรกันว้า   ข้างลูกเขยก็บอกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร  ฉันจุดไฟส่องดูเชือก  ข้างพ่อตาก็ว่า

มึงตีเหล็กไฟเอยเรือนทำไมไหวอยู่ยวบ ๆ  ไอ้ลมพัดหลังคาขาดเพราะเสาฉันถากไม่หมดเปลือก 

เจ้านอนเสียเถิดพ่อเนื้อละมุนเอ๋ยนอนเสียเถิดเจ้าจงนอนเสียให้สบาย   กล่อมเท่าไรมันก็ไม่หลับ 

อ้าวฉันจะต้องกล่อมใหม่

          โอละชาเอยเจ้าโอละเห่เอย   สามเส้นสิบวา เอ๋ย ขันแต่เช้าจนเย็น เอ๋ยขันเสียให้ดัง ๆ

เอ๋ย พ่อจะฟังแต่เสียงเล่นเอย   เสียงของเจ้าช่างเย็นพ่อคุณ  โอละเห่เอย

ลุกขึ้นแต่เช้าทำขนมยวนใจ  นังเมียก็โม่แป้งเอย  เจ้าผัวก็แกงกันไป  โอละเห่เอย 

โอละชา   เมื่อเป็นสาวแสนสวยงามล้น  แต่มีลูกเข้าสักคนเอย ก็ปล่อยไว้โยนยาวเอ๊ย   นั่นแล้วแล.........

 

--------------------------------------------------------

แสดงโดยพระอาจารย์ชั้ว      วัดแสงดาว  ตำบลหัวรอ  อำเภอเมือง   จังหวัดพิษณุโลก 

เทศน์ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก

ในระบบเอฟเอ็ม   เมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๒๗   
 

ภาพจาก http://www.mahachat.com/index.php/2010-07-13-04-29-32/148-2010-08-13-11-02-44

Comment

Comment:

Tweet

It's cool that people can get the <a href="http://bestfinance-blog.com/topics/credit-loans">credit loans</a> and it opens new possibilities.

#1 By Leta18Rice (91.201.66.6) on 2011-05-28 07:43