ไอ้เฒ่าโลเลหลงโลภลาภได้ทองถึงร้อยกษาปณ์แล้วยังจะนับเอาอีกกระสอบ 

เที่ยวเลยคุ้งคุงขอบฝรั่งแขก  ระเหินระหกอกแทบแยกเพราะความยาก    ด้วยจิตละโมบโลภลาภ

เหลือประมาณ  จนดำเนินเดินสารเข้ามาสู่หมู่เมืองชุมแซ  ตํ  ปุณกุลํ   สวนสกุลพราหมณ์ทั้งสอง

จำเดิมแต่รับฝากทองของออเฒ่า   มันให้อนาถใจไม่เบาให้ร่อยหรอ    จะมีวัวหรือก็คิดขี้ฉ้อขี้แชเชือน    

จะมีบ่าวไพร่หรือก็ไล่เลื่อนหลบหน้าหลีกหนี   จะให้ทำนาก็หลบหนีไปเมืองน่าน   จะมีวัวหรือก็หัวล้าน

เขาหลุดลุ่ย  จะมีควายหรือก็ตายขุยลงไปทั้งคอก      จะมีม้าหรือก็หางกระจอกนัยตาจ็อก      

จะมีช้างหรือก็หางดอกงาเดียว  แตกปลอกออกเที่ยวถึงท้องทุ่ง   ต้องกินข้าวเหนียวเขาออกนุง  

ต้องกินข้าวเหนียว น่ะ บัดสี     มีเรือหรือก็แทบรั่วบังเกิดความขยำยุ่งยุกยิก รูกะลาขาดโตเท่ากระบุง

ตกลงกลางทาง  ผีพุ่งไต้โตเท่าลำตาลตกในตุ่ม  เสาเรือนสี่มุมก็ตกมัน   ผึ้งจับเสาดั้งรังสนั่นหอนั่งนอก  

รุ้งกินน้ำหยั่งช้ำชอกลงในโอ่งข้าวสาร   ฟ้าผ่านอกชานฉีกเป็นช่อง ๆ มุ้งที่กางไว้ในห้องก็เกิด

เป็นดาวหาง  จะปลูกกระชายไม่มีกระดอแตกหน่อเป็นว่านกระสือ    ไหปลาร้าก็ราอื้อออกมาอู้

จะตักแกงสำแดงดุก็ดูวิบัติ  ลูกปืนข้างกระบอกนี่เอะใจก็แตกลายเป็นข้าวตอกเขี้ยวงอกเป็นแม่กระเงา  

นกกระจอกก็บอกข่าวรอบชายคา   เมื่อยามทุกข์ตุ๊กตาก็ร้องกระต๊าก   ไม้กระเบือเสือกระบากก็

แตกรากเป็นเต่ารั้ง   จะเลี้ยงปลาทองไว้ในกระถางก็กลายเป็นปลาทู   จะเลี้ยงนกกระทาก็หน้าทู่

งอขู (คู้)เป็นนกกาแว่น (กาแวน) เห็ดโคนโตเท่าแขนแพนขึ้นมาโตเท่าขัน   กงไม้เรือกำปั่น

ก็ร้องได้เหมือนเปรต  เกิดหนูหนอน ซ่อนเล็ดเข้าไร่นา   ทั้งเกวียนขวานผาลพร้าก็เกิดเป็นไฟฟอน   

ทั้งค้อนเขียงก็เกิดอุบาทว์    เจ้าตลาดก็คงไม่เล็ก     อุบาทว์เจ๊กตัวจุกจิกยุกยิกยุ่งยาก   ตั้งแต่ได้รับ

ฝากทองของออเฒ่า  มันให้อนาถใจไม่เบา  นั่นแล้วแล

          สา พราหมณา   สามทั้งลูกสาว   สี่ทั้งไอ้ขาว   ห้าทั้งไอ้เขียว   ฮกทั้งไอ้เขี้ยว  

เจ๊ด ทั้งไอ้สัง   แปดทั้งไอ้ฝรั่ง   เก้าทั้งอีจุ๊    พอเวลาเช้าตรู่นะแม่ว่านางหนูเอ๊ยนางหนู  วันนี้มันเป็น

วันพระ ลุกขึ้นนะละนะแม่จะเข้านอน   ฝ่ายนางอมิตธิดาหน้าอ่อนก็หาก้นไต้ตีเหล็กจุดไฟไฟ

เสียงดังอยู่ แฉะ ๆ ๆว่าไอ้ชุดไอ้ชิดอะไรเช่นนี้มันถึงตีไม่ติด   พุทโธ่ ไอ้เหล็กมันก้อนโตไปเสียกว่าหิน 

หินมันเล็กมันจึงร่อยหร่อ    นางอมิตธิดาก็มาวานพ่อให้ช่วยตีเหล็กไฟ   นางแม่ก็ขัดใจว่าอีลูกจังไร้

ไม่รู้จักบาป พ่อเขากำลังนอนพังพาบถวายพรพระ ใจคอมึงช่างกระไร้ช่างกระไร   ฝ่ายนางอมิตธิดาว่า

สวดมนต์อะไรเรือนทำไมถึงไหวอยู่ยวบ ๆ  

            พออ้ายเฒ่าเข้ามาประจวบประเดี๋ยวนั้นจึงเรียกไปพลันแต่ปากประตูว่า  พราหมณ์เอ๋ย

พราหมณ์บู้ ช่วยเปิดประตูรับข้าที   ฝ่ายนางอมิตธิดานารีก็เปิดประตูให้ตาชีเข้าไปพลัน 

ฝ่ายตาชีก็ไม่ทันนั่งถึงฟาก ก็ทวงว่าทองที่ข้าเอามาฝากเข้าไว้ ที่เอามาฝากเข้าไว้  เอามาให้ประเดี๋ยวนี้

ประเดี๋ยวนี้ขมีขมัน   ฝ่ายสองเฒ่าก็กลัวจนตัวสั่น  ครั้นจะหลบหลีกหนีก็ไม่ทัน  จึงร้องว่า 

คุณตาเจ้าขาคุณตาเจ้า  ฉันถามข่าวชาวเหนือเขาอยู่ไม่ขาด  รูปร่างไปได้ทรัพย์เพิ่มพูนซักกี่มากน้อย    

ตัวฉันชั่วถ้อยเอาทรัพย์ของคุณตามาแจกจ่ายเสียจนหมดสิ้น   แต่พอได้ข้าวในนาแต่พอได้ปลาในน้ำ

ข้าพเจ้าจะคิดผ่อนผันต่อเมื่อภายหลัง    ทำได้ก็ทำเอา  ทำได้ก็ทำเอา  อาจใจถึงเพียงนี้ 

เอ็งคิดดูให้ดี  เอ็งคิดดูให้ดี  เอ็งกับกูนี้จะผิดใจกันเสียเปล่า ๆ

            คุณตาเจ้าขาคุณตาเจ้า  เมื่อจะขอทุเลาแล้วก็ไม่โปรดจะให้ท่านโกรธไปไย  

เสมือนเกวียนลงหักกับที่ของมันจะหนีไปไหนนานไปคงจะได้สอง   จึงวิ่งเข้าไปในห้อง

จับเจ้าทองอมิตธิดามานั่งสะบิ้งสะบัดให้นั่งท้าวแขนแอ่นหยัดแล้วยิ้มหน้าจึงร้องว่า 

คุณตาเจ้าขา  คุณตาเจ้า  ข้าพเจ้าจะโต้จะตอบ  เห็นของข้าพเจ้าจะมากซะอีกสักหน่อย  

ทำเนาเถิดนะไม่คิดจะได้เป็นมิตรกันบ่อย ๆ   จะเลี้ยงไว้หรือกับเอาอู่ หรือจะให้เป็นคู่เคียงหมอน 

หรือจะให้นอนที่ปลายตีน  ข้าพเจ้าจะยินยอมพร้อมสิ้น    ถ้าเห็นดีอย่างนั้น

ก็หันหน้าเข้าหากันจะว่า  ตสส อทาสิ   นางอมิตธิดาว่า  วุ้ย  ออตานี่ว่ากระไร้ว่ากะไรช่างไม่เข็ดขาม  

จริงหนอก็ว่ามีเงินมีทองนั้นพูดได้ มีไม้มีไร่นั้นปลูกเรือนงาม   ตามแต่ออตาเถิดซิ

          สองเฒ่าก็ยกอมิตธิดาให้แก่ออเฒ่า  เพราะว่าพ่อแม่มันไม่ดีมันมักเพิ่มพูน (หนี้ )ให้ติดตัว 

จึงตะเวณความชั่วให้ประจักษ์  ลูกเต้าก็พลอยวิโยคระยำยับอัปภาคย์เสียเปล่า ๆ  เพราะว่าพ่อแม่มัน

คิดใจเบา  จึงเป็นหนี้ออเฒ่า   นั่นแล้วแล

          (  แหล่  )   อามิตธิดาวิลาวัลย์  เจ้าก็จรจัลกับไปพี่พราหมณ์  นางเหลียวหลังมาแลดูเรือน     

ก็หนอประหนึ่งจะเตือนใจ   ให้มีน้ำตา ให้แสนวิโยคโศกอุรา จำต้องก้มหน้าไปตามกรรม  แสนเสียดาย

ที่นอนกับหมอนนุ่น     เคยอ่อนอุ่นในหอห้อง สถาน เราเคยเอนกายสไบบาน    ให้แสนสำราญ

ในอารมณ์ นางให้แสนกังวลสุชลย้อย    ร่วงเพียงเข้าทับทรง  ระทมโถม   จะเริดจะร้างจะห่างภิรมย์ 

ครั้งนี้ต้องตรมจิต  นางรีบเดินดำเนินตาม       

( แหล่เสียงคนแก่ ) …….ฝ่ายออพราหมณ์ก็ทำเป็นอ้อยอีอิ่ง    หอบฮากปากอ้าหนอทำหน้าเหมือนลิง  

ด้วยใจประวิงอยู่กับอมิตธิดา แต่พอเดินมาประเดี๋ยว  ก็เหลียวหลังหนอมาชม

ร้อยชั่งว่างามโสภา  รูปร่างอย่างวาดสะอาดตา  ทั้งลักษณะหนอก็เลิศวิไล 

 เอ๋ยเป็นวาสนาของออเฒ่าแท้ ๆ   เมื่อภายแก่กุศลส่งให้   ตาแก่เคาะไม้เท้ารีบก้าวคลาไคล 

พานางไปด้วยเร็วพลัน………    ว่าคนแก่ว่ายากนะโยมนะ  ( พูด )

        เดินเข้าวัดลัดออกบ่อน  ด้นดั้นสัญจรก็หนอไปตามมรคา   ลงจากรถรางจ้างนาวา 

แล้วเลยมาขึ้นรถเจ๊ก   แวะดูงิ้วที่ศาลเจ้าเก่า  แล้วเลยเข้าบ้านลาวตีเหล็ก    ผู้คนยืนดูอยู่แซ่เซ็ก

ไปพบฝูงเด็กก็งอกันฮา   ชมตึกชมเก๋ง  สำเพ็งตลอดก็หนอมาจนสามยอด เสาชิงช้า   ร้านเจ๊ก 

ร้านแขกแปลกภาษา  บ้างข่ายสินค้าอยู่เรียงราย  ทั้งถ้วยทั้งโถ  โอ เป็นแถว  มีทั้งเครื่องแก้ว

อยู่มากมาย  จิงแจวผ้าพวง  ผ้าม่วง  ผ้าลาย   ก็บ้างร้านก็ขายสรรพยา  ทั้งฝาง  ทั้งกลัก 

เปลือกสัก  แก่นสน  มะแว้ง  เครื่องต้น ส้มเสี้ยว  ส้มซ่า  โกสอ  เทียนชัย  ทั้งใบมะกา  

เกษม จำปา  พิกุลแกมกัน  สมอ  แสม แกแล กาหลง แก่นประดู่ดง ทั้งจวงจันทร์    ลูกฝ้าย 

หัวขา  รากหญ้าเถาคัน  ทั้งรากมะดัน  ผลดองดึง     ครั้นจะชมไปนักมันจะชักช้า 

ออเฒ่าก็พาหนอกันเดิน ตะบึง  ประมาณเดือนกว่า ๆ กับห้าวันกึ่ง  ออเฒ่ามาถึงเคหาพลัน….. 

นั่นแล้วแล

Comment

Comment:

Tweet

สุดยอดดดด!!!

เมื่อวานหนูอ่านทศชาดกไปนิดหน่อย

อ่านถึงมโหสถละ

แล้วก็ย้ายไปอ่านเรื่องยักษ์ใจดี

ของโรอัล ดาล์ห

สนุกดีนะคะครู ลองหาอ่านดูbig smile Hot!

#2 By ' I'm E29AZA ' on 2011-05-11 12:57

ครูขยันจังค่ะ

confused smile confused smile confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2011-05-11 07:27